simple tracking
 
 
 
 
 
 
กฎกระทรวง

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษี
สำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า
พ.ศ. 2545

 

 

----------------

 

 

าศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตพ.ศ. 2527 และมาตรา 101 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 35 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 สินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่จะได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา 101 ทวิ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้

(1) เป็นสินค้าของผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามข้อ 2

(2) เป็นสินค้าประเภทหรือชนิดที่อธิบดีกำหนด

ข้อ 2 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ประสงค์จะขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตามมาตรา 101 ทวิ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(1) เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต

(2) เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

(3) มีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่าจำนวนที่อธิบดีกำหนด

ข้อ 3 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ประสงค์จะขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตามมาตรา 101 ทวิ ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมหลักฐานที่ระบุไว้ในคำขอ โดยให้ยื่นคำขอดังกล่าว ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ดังต่อไปนี้

(1) กรมสรรพสามิต

(2) สำนักงานสรรพสามิตจังหวัดแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

(3) สำนักงานสรรพสามิตจังหวัดแห่งท้องที่ที่ด่านศุลกากรที่มีการนำเข้าตั้งอยู่

เมื่อได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแล้ว ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามวรรคหนึ่งวางหลักประกันค่าภาษีตามที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายกำหนด

ข้อ 4 ก่อนนำสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือก่อนขนสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากร ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 3 แจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตามข้อ 3 วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณีตามแบบที่อธิบดีกำหนด เพื่อทำการตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี

ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้ตรวจสอบสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีทางเอกสารหรือโดยวิธีการอื่นแทนก็ได้

เมื่อได้ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีแล้ว ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตประทับตราหรือเครื่องหมายเพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี แต่ถ้าโดยสภาพของสินค้านั้นไม่อาจกระทำการดังกล่าวได้ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายสั่งดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควรเพื่อแสดงให้ทราบว่าเป็นสินค้าเช่นว่านั้น

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 3 นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือออกจากอารักขาของศุลกากร ไม่ตรงกับที่ผ่านการตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีดังกล่าวชี้แจงเหตุผลประกอบ ทั้งนี้ ให้ได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะตามจำนวนหรือปริมาณที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรืออารักขาของศุลกากรตามที่ตรวจสอบได้จริง แต่ไม่เกินจำนวนหรือปริมาณที่ระบุไว้ในคำขออนุมัติตามข้อ 3

ข้อ 5 การขนสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือออกจากอารักขาของศุลกากร ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 3 มีเอกสารตามที่อธิบดีกำหนดกำกับไปกับสินค้าดังกล่าวด้วย

การขนน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันทางท่อ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 3 ปฏิบัติตามวิธีการและมีเอกสารตามที่อธิบดีกำหนด

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 3 ไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ให้ถือว่าสินค้านั้นไม่ได้รับการยกเว้นภาษี

ข้อ 6 ถ้าปรากฏว่าสินค้าที่ได้ขอรับยกเว้นภาษีสูญหายหรือจำนวนหรือปริมาณขาดไปในระหว่างการขน ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 3 ชำระภาษีสำหรับสินค้าตามประเภทหรือชนิดและจำนวนหรือปริมาณที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือจำนวนหรือปริมาณขาดไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลอันสมควร

ในกรณีที่สินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หากความแตกต่างของปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ขอยกเว้นภาษีเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ตรวจวัดได้จากโรงอุตสาหกรรมที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันนั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันประเภทหรือชนิดเดิมหรืออีกประเภทหรืออีกชนิดหนึ่ง หรือเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันที่วัดได้จากโรงอุตสาหกรรมที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันนั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อการส่งออกแล้วแต่กรณี มีความแตกต่างกันเกินกว่าร้อยละ 0.5 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 3 ชำระภาษีสำหรับส่วนที่แตกต่างดังกล่าว เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือจำนวนหรือปริมาณขาดไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลอันสมควร

ข้อ 7 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 3 จัดทำบัญชีประจำวันและงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีตามแบบที่อธิบดีกำหนดและยื่นบัญชีประจำวันและงบเดือนดังกล่าวต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

ข้อ 8 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมใดที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตามมาตรา 101 ทวิ จะต้องทำสัญญาไว้กับอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายว่าจะให้เบี้ยปรับตามสัญญานับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) นำไปใช้นอกเหนือจากการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิต

(2) สูญหายหรือจำนวนหรือปริมาณขาดไปในระหว่างการเก็บรักษา

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามวรรคหนึ่งยื่นสูตรการผลิตต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตามข้อ 3 วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี เพื่อให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาอนุมัติสูตรการผลิตดังกล่าวด้วย

ข้อ 9 เมื่อได้รับอนุมัติสูตรการผลิตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายแล้ว ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าในโรงอุตสาหกรรมของตนแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตามข้อ 3 วรรคหนึ่ง แล้วแต่กรณี ตามแบบที่อธิบดีกำหนดเพื่อทำการตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีก่อนรับเข้าในโรงอุตสาหกรรมของตน

ข้อ 10 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือ
ส่วนประกอบในการผลิตสินค้าในโรงอุตสาหกรรมของตนจะต้องนำสินค้าที่ผลิตได้นั้นออกจากโรงอุตสาหกรรมของตนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น

ในกรณีที่นำสินค้าที่ผลิตได้ตามวรรคหนึ่งไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนต้องนำสินค้านั้น ออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น

หากไม่สามารถนำสินค้าดังกล่าวมาใช้ผลิตสินค้าได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือไม่สามารถนำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 3 ชำระภาษีสำหรับสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น

ข้อ 11 ในกรณีการขนส่งน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันทางท่อ ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 3 ชำระภาษีสำหรับน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันดังกล่าว นับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันเกิดขึ้นในแต่ละวัน

ข้อ 12 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวตามแบบที่อธิบดีกำหนดพร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษี หรือพร้อมกับการขอยกเว้นภาษีหรือคืนภาษีในกรณีส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 100 เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้อง

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า จัดทำบัญชีประจำวันและงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวตามแบบที่อธิบดีกำหนด และยื่นบัญชีประจำวันและงบเดือนดังกล่าวต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า

ข้อ 13 สินค้าใดที่ผลิตขึ้นจากวัตถุดิบหรือมีส่วนประกอบเป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงนี้จะนำสินค้าที่ผลิตขึ้นดังกล่าวนั้นมายกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงนี้อีกไม่ได้

ข้อ 14 กฎกระทรวงนี้มิให้ใช้บังคับกับผู้ประกอบอุตสาหกรรมประเภทคลังน้ำมันที่มีการปรุงแต่งน้ำมันโดยการเพิ่มสารเติมแต่ง

ข้อ 15 ให้อธิบดีมีอำนาจวางระเบียบและแนวปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

มีกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องดังนี้

-ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า พ.ศ. 2553

ให้ไว้ ณ วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2545

 

 

 

 

สมคิด  จาตุศรีพิทักษ์

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

 

 

 

 

หมายเหตุ  :- เหตุผลในการออกกฎกระทรวงฉบับนี้คือ โดยที่มาตรา 101 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 กำหนดให้อธิบดีมีอำนาจยกเว้นภาษีให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าประเภทหรือชนิดเดิมหรืออีกประเภทหรืออีกชนิดหนึ่งซึ่งต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัติดังกล่าว และสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

 

 

 

(ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 ตอนที่ 59 ก ลงวันที่ 24 มิถุนายน 2545)