simple tracking
 
 
 
 
ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการควบคุมการใช้ และการปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศ พ.ศ. 2547

 

   

----------------

 

                    

เพื่อให้การควบคุมการใช้ และการปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะดวก และรัดกุม ดังนั้น จึงอนุวัติตามความในข้อ 1 (4) แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 5 (พ.ศ. 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ว่าด้วยวิธีการในการใช้แสตมป์สรรพสามิตและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีเพื่อให้ปรากฏว่าได้เสียภาษีแล้ว ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 36 (พ.ศ. 2547) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ว่าด้วยวิธีการในการใช้แสตมป์สรรพสามิตและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี เพื่อให้ปรากฏว่าได้เสียภาษีแล้ว อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ 

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการควบคุมการใช้และการปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศ พ.ศ. 2547"

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่กฎกระทรวง ฉบับที่ 36 (พ.ศ. 2547) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ว่าด้วยวิธีการในการใช้แสตมป์สรรพสามิตและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีเพื่อให้ปรากฏว่าได้เสียภาษีแล้วมีผลใช้บังคับเป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการปิดและการควบคุมเครื่องหมายสำหรับเครื่องปรับอากาศ พ.ศ. 2544 ลงวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2544

ข้อ 4 ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจวินิจฉัยสั่งการเกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นและแนวทางปฏิบัติตามระเบียบนี้

 

หมวด 1

การเบิกและจ่ายแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศ

ส่วนที่ 1

กรณีผลิตในราชอาณาจักร

 

ข้อ 5 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นแบบรายการภาษีสรรพสามิต (ภษ. 01-12) พร้อมกับชำระภาษีสรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่ประสงค์จะนำออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน พร้อมทั้งแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่ชำระภาษีสรรพสามิตแล้ว (ภษ. 01-14/1) ท้ายระเบียบนี้ ต่อสรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขา ที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

ข้อ 6 เมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ตรวจสอบแบบรายการภาษี (ภษ. 01-12) และรับชำระภาษีสรรพสามิตแล้ว ให้จ่ายแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต่อไป พร้อมทั้งประทับคำว่า "จ่ายแสตมป์แล้ว" ลงในต้นฉบับของแบบรายการภาษี (ภษ. 01-12) ต้นฉบับใบเสร็จรับเงินค่าภาษีสรรพสามิต และแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่ชำระภาษีสรรพสามิตแล้ว (ภษ. 01-14/1)

ในการตรวจสอบและจ่ายแสตมป์สรรพสามิตตามวรรคหนึ่งให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 วันทำการนับแต่ได้รับแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิต

ข้อ 7 เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้รับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศแล้วให้นำไปปิดบนเครื่องปรับอากาศเรียงตามลำดับหมายเลขแสตมป์สรรพสามิตจากน้อยไปหามากก่อนที่จะนำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี

 

ส่วนที่ 2

กรณีนำเข้า

 

ข้อ 8 เมื่อผู้นำเข้ายื่นใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม (กศก.99/1) พร้อมกับชำระภาษีสรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ต่อเจ้าพนักงานศุลกากร ณ ด่านศุลกากรที่นำเข้าหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายศุลกากรที่จะนำสินค้าเข้าแล้วแต่กรณีแล้ว ให้ยื่นแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่ชำระภาษีสรรพสามิตแล้ว (ภษ. 01-14/1) ท้ายระเบียบนี้ ต่อสรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่ด่านศุลกากรหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายศุลกากรตั้งอยู่แล้วแต่กรณี โดยแนบสำเนาใบขนสินค้าขาเข้า (กศก.99/1) และต้นฉบับใบเสร็จรับเงินค่าภาษีสรรพสามิต พร้อมสำเนา 1 ชุด ประกอบด้วย

ข้อ 9 เมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ตรวจสอบหลักฐานและเห็นว่าถูกต้องแล้วให้จ่ายแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศให้แก่ผู้นำเข้าต่อไป พร้อมทั้งประทับคำว่า "จ่ายแสตมป์แล้ว" ลงในสำเนาใบขนสินค้าขาเข้า (กศก.99/1) ต้นฉบับใบเสร็จรับเงินค่าภาษีสรรพสามิต และแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่ชำระภาษีสรรพสามิตแล้ว (ภษ. 01-14/1)

ในการตรวจสอบและจ่ายแสตมป์สรรพสามิตตามวรรคหนึ่งให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 วันทำการ นับแต่ได้รับแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิต

ข้อ 10 เมื่อผู้นำเข้าได้รับแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศแล้วให้นำไปปิดบนเครื่องปรับอากาศเรียงตามลำดับหมายเลขแสตมป์สรรพสามิตจากน้อยไปหามากก่อนที่จะนำออกจากด่านศุลกากรหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายศุลกากร แล้วแต่กรณี

 

ส่วนที่ 3

กรณีนำออกจากเขตปลอดอากรหรือเขตอุตสาหกรรมส่งออก โดยมิใช่เพื่อการส่งออก

 

ข้อ 11 ในกรณีนำออกจากเขตปลอดอากร หรือเขตอุตสาหกรรมส่งออกโดยมิใช่เพื่อการส่งออก ซึ่งต้องเสียภาษีสรรพสามิต ให้นำแนวปฏิบัติตามข้อ 8 ข้อ 9 และข้อ 10 มาใช้บังคับ

 

หมวด 2

การเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า

 

ข้อ 12 ภายใต้บังคับหมวด 1 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าที่มีความประสงค์จะขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าก่อนยื่นแบบรายการภาษีสรรพสามิต (ภษ. 01-12) หรือก่อนยื่นใบขนสินค้าขาเข้า (กศก.99/1) เพื่อนำแสตมป์ดังกล่าวไปปิดบนเครื่องปรับอากาศก่อนความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้นให้ยื่นหนังสือขออนุญาตเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าต่อสรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือด่านศุลกากร หรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายศุลกากรหรือเขตปลอดอากร หรือเขตอุตสาหกรรมส่งออก ตั้งอยู่แล้วแต่กรณี พร้อมทั้งแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า (ภษ. 01-14/2) ท้ายระเบียบนี้

ข้อ 13 ในกรณีที่สรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาพิจารณาแล้วเห็นควรอนุญาต ให้แจ้งผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ามาจัดทำหนังสือสัญญาการเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าเพื่อนำไปปิดบนเครื่องปรับอากาศก่อนนำออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือก่อนออกใบขนสินค้าให้ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ตามแบบสัญญาท้ายระเบียบนี้ โดยผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าจะต้องนำหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาดังกล่าวเป็นหนังสือค้าประกันของธนาคารพาณิชย์ตามแบบสัญญาท้ายระเบียบนี้เป็นจำนวนเงินคุ้มค่าภาษีสรรพสามิตของเครื่องปรับอากาศที่ได้อนุญาตให้เบิกแสตมป์สรรพสามิตไปล่วงหน้า ให้ไว้ต่อสรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาในวันทำสัญญาด้วย

ทั้งนี้ ให้สรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขา มีอำนาจในการอนุญาตและลงนามในสัญญาตามวรรคหนึ่งด้วย

ในการพิจารณาอนุญาตและทำสัญญาการเบิกแสตมป์สรรพสามิตเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าตามวรรคหนึ่งให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันทำการนับแต่ได้รับหนังสือขออนุญาตตามข้อ 12

ข้อ 14 ในการทำสัญญาการเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าตามข้อ 13 ทำสัญญาได้ไม่เกินค่าภาษีสรรพสามิตเฉลี่ยต่อเดือน สำหรับยอดการชำระภาษีในช่วง 6 เดือนที่ล่วงมาแล้วของผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ารายนั้น ๆ แล้วแต่กรณี แต่ถ้าหากผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าได้เสียภาษีมาแล้วไม่ถึง 6 เดือนให้ทำสัญญาได้ไม่เกินค่าภาษีสรรพสามิตเฉลี่ยต่อเดือนสำหรับยอดการชำระภาษีทุกเดือนที่ล่วงมาแล้ว

กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ารายใดประสงค์จะทำสัญญาการเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าเกินกว่าค่าภาษีสรรพสามิตเฉลี่ยต่อเดือนตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าแจ้งเหตุผลความจำเป็นให้สรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาแล้วแต่กรณี พิจารณาเพื่อนำเสนอผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคพิจารณาอนุญาตเป็นราย ๆ ไป

ข้อ 15 การเบิกแสตมป์สรรพสามิตล่วงหน้าในแต่ละครั้งจะต้องมีแสตมป์สรรพสามิตที่ยังมิได้ชำระภาษีสรรพสามิตรวมกันไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ในสัญญาที่มีการทำสัญญาค้ำประกันวงเงินไว้

ข้อ 16 เมื่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ตรวจสอบแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า และเห็นว่าไม่เกินวงเงินที่ค้ำประกันให้จ่ายแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าต่อไปพร้อมทั้งประทับคำว่า "จ่ายแสตมป์แล้ว" ลงในแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตดังกล่าว

ในการตรวจสอบและจ่ายแสตมป์สรรพสามิตตามวรรคหนึ่งให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 วันทำการนับแต่ได้รับแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิต

ข้อ 17 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้ายื่นแบบรายการภาษีสรรพสามิตพร้อมชำระภาษีสำหรับเครื่องปรับอากาศที่ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าดังนี้

17.1 กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมให้ยื่นแบบรายการภาษี (ภษ. 01-12) พร้อมชำระภาษีสรรพสามิตก่อนนำเครื่องปรับอากาศออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน

17.2 กรณีผู้นำเข้าให้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม (กศก.99/1) พร้อมชำระภาษีสรรพสามิตก่อนออกใบขนสินค้าให้ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ข้อ 18 การเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าครั้งต่อไปจะต้องยื่นแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า (ภษ. 01-14/2) พร้อมทั้งแบบรายการภาษีสรรพสามิตที่ได้ยื่นชำระภาษีสรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศไว้แล้ว และใบเสร็จรับเงินค่าภาษี เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตใช้ประกอบในการพิจารณาอนุญาตต่อไป

ข้อ 19 หากผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าประสงค์จะนำแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าไปปิดที่เครื่องปรับอากาศแบบ หรือรุ่น หรือขนาดอื่นนอกจากที่ได้แจ้งตามแบบขอเบิกแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า (ภษ. 01-14/2) ให้แจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตทราบก่อนนำแสตมป์สรรพสามิตดังกล่าวไปปิดบนเครื่องปรับอากาศ แล้วรายงานให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตทราบก่อนนำออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือก่อนออกใบขนสินค้าให้ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ทั้งนี้ ในรายงานจะต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับแบบ รุ่น ขนาดของเครื่องปรับอากาศและหมายเลขแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าที่นำไปปิดตามวรรคหนึ่ง

 

หมวด 3

การเก็บรักษาแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศ ภายในโรงอุตสาหกรรม

 

ข้อ 20 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเก็บรักษาแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศไว้ในที่ปลอดภัยในโรงอุตสาหกรรม โดยผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะต้องจัดให้มีขึ้นเป็นสัดส่วนชัดเจน

ข้อ 21  เมื่อการปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศสิ้นสุดลงในแต่ละวัน ถ้าปรากฏว่ามีแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศคงเหลือให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเก็บรักษาแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่เหลือไว้ในที่ที่ปลอดภัย

 

หมวด 4

การควบคุมการใช้แสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศ

 

ข้อ 22 ผู้ประกอบอุตสาหกรรม มีหน้าที่จัดทำบัญชีและงบเดือนเพื่อควบคุมการใช้แสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศ ดังต่อไปนี้

22.1 จัดทำบัญชีประจำวันแสดงการรับ-จ่าย แสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับ-อากาศที่มีรายการครบถ้วนตามแบบที่ 1 ท้ายระเบียบนี้ ให้ทำให้แล้วเสร็จ ภายใน 3 วันนับแต่วันที่มีเหตุที่จะต้องลงรายการนั้นเกิดขึ้น โดยให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน และให้เก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี ที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนแล้วแต่กรณี เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบได้

22.2 จัดทำงบเดือนการปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่มีรายการครบถ้วนตามแบบที่ 2 ท้ายระเบียบนี้ โดยให้ยื่นต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่แล้วแต่กรณี หรือยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป

ข้อ 23 ให้ผู้นำเข้ามีหน้าที่จัดทำงบเดือนแสดงการรับ-จ่ายแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่มีรายการครบถ้วนตามแบบที่ 2 ท้ายระเบียบนี้ ยื่นต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่ด่านศุลกากรที่นำเข้าตั้งอยู่ หรือยื่นผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป

 

หมวด 5

วิธีการปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศ

 

ข้อ 24 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าเครื่องปรับอากาศต้องปฏิบัติ ดังนี้

24.1 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าเครื่องปรับอากาศปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศบนเครื่องปรับอากาศให้แนบแน่นสนิทจนไม่สามารถจะแกะลอกออกมาใช้ซ้ำได้ ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน โดยเรียงตามลำดับเลขที่ของแสตมป์

24.2 ให้ใช้แสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ดังนี้

(1) เครื่องปรับอากาศที่ใช้กับอาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัยในส่วนของ Fancoil Unit ที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "FC" จำนวน 1 ดวง ที่ Fancoil Unit ตามข้อ 1(4)(ก)

(2) เครื่องปรับอากาศที่ใช้กับอาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัยในส่วนของ Fancoil Unit ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "FC นำเข้า" จำนวน 1 ดวง ที่ Fancoil Unit ตามข้อ 1(4)(ข)

(3) เครื่องปรับอากาศที่ใช้กับอาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัยในส่วนของ Condensing Unit ที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "CD" จำนวน 1 ดวง ที่ Condensing Unit ตามข้อ 1(4)(ค)

(4) เครื่องปรับอากาศที่ใช้กับอาคารสำนักงานและบ้านพักอาศัยในส่วนของ Condensing Unit ที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "CD นำเข้า" จำนวน 1 ดวง ที่ Condensing Unit ตามข้อ 1(4)(ง)

(5) เครื่องปรับอากาศแบบหน้าต่างที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "CD" จำนวน 1 ดวง ที่เครื่องปรับอากาศแบบหน้าต่าง ตามข้อ 1(4)(ค)

(6) เครื่องปรับอากาศแบบหน้าต่างที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "CD นำเข้า" จำนวน 1 ดวงที่เครื่องปรับอากาศแบบหน้าต่าง ตามข้อ 1(4)(ง)

(7) เครื่องปรับอากาศที่ใช้กับรถยนต์ ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชนิด "AUTO" จำนวน 1 ดวง ที่ Fancoil Unit ตามข้อ 1(4)(จ)

ข้อ 25 ในกรณีที่เป็นเครื่องปรับอากาศที่ได้เสียภาษีสรรพสามิตและปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศไว้แล้ว หากได้นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตเครื่องปรับอากาศใหม่ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ขอลดหย่อนภาษีสรรพสามิตเครื่องปรับอากาศดังกล่าวนั้น ปิดแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศอีกดวงหนึ่งเพื่อแสดงว่าได้เสียภาษีแล้ว โดยไม่ต้องแกะลอกแสตมป์ดวงเดิมออกแต่อย่างไร

 

หมวด 6

การตัดบัญชีและการจ่ายชดเชยแสตมป์สรรพสามิต สำหรับเครื่องปรับอากาศ

 

ข้อ 26 แสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่จะขอตัดบัญชีและจ่ายชดเชยได้ ต้องมีลักษณะดังนี้

26.1 แสตมป์สรรพสามิตดังกล่าวชำรุด หรือเสียหายจนใช้การไม่ได้

26.2 มีซากแสตมป์สรรพสามิตดังกล่าวไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของแสตมป์สรรพสามิตแต่ละดวง เพื่อใช้ในการตรวจสอบ

ข้อ 27 การตัดบัญชีและการจ่ายชดเชยแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศ มีขั้นตอนดำเนินการ ดังนี้

27.1 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม หรือนำเข้ายื่นคำขอต่อสรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขาแล้วแต่กรณี เพื่อขอให้คณะกรรมการไปตรวจสอบและทำลายแสตมป์สรรพสามิตตามข้อ 26 ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบและทำลายแสตมป์สำหรับเครื่องปรับอากาศ ประกอบด้วย

(1) ผู้แทนสรรพสามิตพื้นที่ หรือผู้แทนสรรพสามิตพื้นที่สาขา

(2) ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากรองอธิบดีฝ่ายที่รับผิดชอบงานด้านการจัดเก็บภาษี

27.2 ให้คณะกรรมการไปทำการตรวจสอบแสตมป์สรรพสามิต ตามคำขอตามข้อ 27.1 โดยคณะกรรมการจะต้องตรวจสอบให้ได้ความว่าแสตมป์สรรพสามิตดังกล่าว ยังไม่ได้นำไปปิดบนเครื่องปรับอากาศ หรือ หากเป็นแสตมป์สรรพสามิตที่นำไปปิดบนเครื่องปรับอากาศแล้ว จะต้องยังไม่ได้นำเครื่องปรับอากาศดังกล่าวออกจากโรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือด่านศุลกากร หรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตามกฎหมายศุลกากร หรือเขตปลอดอากร หรือเขตอุตสาหกรรมส่งออก แต่อย่างใด

27.3 เมื่อคณะกรรมการตรวจสอบแสตมป์สรรพสามิตแล้ว เห็นว่าเป็นแสตมป์สรรพสามิตที่มีลักษณะตามข้อ 26 และได้ความตามข้อ 27.2 ก็ให้คณะกรรมการเสนอความเห็นต่อสรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขา แล้วแต่กรณี เพื่อเสนอผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคพิจารณาอนุมัติให้ตัดบัญชีและจ่ายชดเชยแสตมป์สรรพสามิตต่อไป

27.4 เมื่อผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคพิจารณาแล้ว เห็นว่าควรอนุมัติให้ตัดบัญชีและจ่ายชดเชยแสตมป์สรรพสามิตตามข้อ 27.3 ให้คณะกรรมการตามข้อ 27.1 ไปควบคุมการทำลายแสตมป์สรรพสามิตดังกล่าว แล้วจัดทำบันทึกรายละเอียดไว้เป็นหลักฐานจำนวน 2 ฉบับ มอบให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าฉบับหนึ่ง อีกฉบับหนึ่งเสนอสรรพสามิตพื้นที่ หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขา แล้วแต่กรณี

ทั้งนี้ ให้สรรพสามิตพื้นที่หรือสรรพสามิตพื้นที่สาขารายงานให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคทราบต่อไป

27.5 ในกรณีทำลายแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้าที่ยังไม่ได้ชำระภาษีสรรพสามิต ให้ตัดยอดจำนวนที่ได้อนุมัติตามข้อ 27.4 ออกจากบัญชีรับ-จ่ายแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศล่วงหน้า

27.6 ในกรณีทำลายแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศที่เสียภาษีสรรพสามิตไว้แล้ว ให้จ่ายแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศชดเชยแสตมป์สรรพสามิตที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 27.4

27.7 ในการตัดบัญชีและการจ่ายชดเชยแสตมป์สรรพสามิต ตามข้อ 27.5 และข้อ 27.6 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าจ่ายค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องปรับอากาศ ดวงละ 200 บาท ตามจำนวนที่ตัดยอดบัญชีหรือที่จ่ายชดเชยแสตมป์สรรพสามิตดังกล่าว ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แสตมป์ดังกล่าวให้ปรับเพิ่มตามดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ประกาศกำหนดโดยใช้อัตราเฉลี่ยของปีที่ล่วงมาแล้วเป็นเกณฑ์

 

ประกาศ ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547

 

 

อุทิศ ธรรมวาทิน

 

อธิบดีกรมสรรพสามิต

 

 

 

หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8