simple tracking
 
 
 
 
ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า
พ.ศ. 2553

 

 

----------------

                                                              

 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2550 ประกอบกับ ข้อ 1 ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 12 และข้อ 15 แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า พ.ศ. 2545 ออกตามความในมาตรา 101 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า พ.ศ. 2553”

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันออกระเบียบเป็นต้นไป

ข้อ 3 สินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าที่จะได้รับการยกเว้นภาษีตามมาตรา 101 ทวิ ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ี้

3.1 เป็นสินค้าของผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามข้อ 4

3.2 เป็นสินค้าประเภทหรือชนิดตามข้อ 4

ข้อ 4 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ประสงค์จะขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตามมาตรา 101 ทวิ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

4.1 เป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต

4.2 เป็นนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

4.3 มีทุนจดทะเบียนตามประเภทของสินค้า ดังนี้

(1) ประเภทสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 10,000,000 บาท

(2) ประเภทสินค้ารถยนต์ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 1,000,000 บาท

(3) ประเภทสินค้าเครื่องปรับอากาศ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 15,000 บาท

(4) ประเภทสินค้าแบตเตอรี่ ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 10,000 บาท

(5) สินค้าอื่น ๆ นอกจาก (1) – (4) ต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 50,000 บาท

ข้อ 5 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามข้อ 4 ที่ประสงค์จะขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตามมาตรา 101 ทวิ ยื่นคำขออนุมัติต่อสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือด่านศุลกากรที่มีการนำเข้านั้นตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี ตามแบบ ภษ. 01-29/1 พร้อมหลักฐานที่ระบุในคำขอ โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือทางเอกสาร

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ขอยกเว้นภาษีตามวรรคหนึ่งจำหน่ายสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ
หรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าให้แก่ตัวแทนหรือบุคคลอื่นก่อนส่งสินค้าไปให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีระบุรายละเอียดเกี่ยวกับตัวแทนหรือบุคคลอื่นในแบบ ภษ. 01-29/1 ด้วย

เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามวรรคหนึ่ง วางหลักประกันค่าภาษีเป็นเงินสด พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรขององค์การรัฐบาล หรือหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารตามแบบท้ายระเบียบนี้ ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) สินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน วงเงินประกันค่าภาษีจำนวนร้อยละ 10 ของยอดค่าภาษีเฉลี่ยในระยะ 6 เดือน ที่ล่วงมาแล้ว แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท

(2) สินค้ารถยนต์ วงเงินประกันค่าภาษีจำนวนร้อยละ 10 ของยอดค่าภาษีเฉลี่ยในระยะ 6 เดือน ที่ล่วงมาแล้ว แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท

(3) สินค้าเครื่องปรับอากาศ วงเงินประกันค่าภาษีจำนวนร้อยละ 10 ของยอดค่าภาษีเฉลี่ยในระยะ 6 เดือน ที่ล่วงมาแล้ว แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

(4) สินค้าแบตเตอรี่ วงเงินประกันค่าภาษีจำนวนร้อยละ 10 ของยอดค่าภาษีเฉลี่ยในระยะ 6 เดือน ที่ล่วงมาแล้ว แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

(5) สินค้าอื่น ๆ นอกจาก (1) – (4) วงเงินประกันค่าภาษีจำนวนร้อยละ 10 ของยอดค่าภาษีเฉลี่ยในระยะ 6 เดือน ที่ล่วงมาแล้ว แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

กรณีที่ยังไม่เคยมีการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตกำหนดวงเงินประกันค่าภาษีได้ตามความเหมาะสม และเมื่อได้มีการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนครบ 6 เดือนแล้ว ให้กำหนดวงเงินประกันใหม่โดยใช้หลักเกณฑ์ตามวรรคสอง

หลักประกันค่าภาษีที่วางไว้ตามวรรคสาม ให้ถือว่าเป็นการวางประกันค่าภาษี ในการขอยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าครั้งต่อไป โดยให้มีกำหนดระยะเวลา 1 ปี นับแต่วันที่วางประกันค่าภาษีในครั้งแรก

ข้อ 6 ก่อนนำสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือก่อนขนสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากร ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 5 แจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สถานที่ตามข้อ 5 ตามแบบ ภษ. 01-29/1 ก โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือทางเอกสาร เพื่อทำการตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีและหลักฐานที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่เห็นสมควร ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี จะสั่งให้ตรวจสอบสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีทางเอกสารหรือโดยวิธีการอื่นแทนก็ได้

เมื่อได้ตรวจสอบความถูกต้องของสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีแล้ว ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตประทับตราหรือเครื่องหมายเพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี แต่ถ้าโดยสภาพของสินค้านั้นไม่อาจกระทำการดังกล่าวได้ ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บ ภาษี 1 หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี สั่งให้ดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควรเพื่อแสดงให้ทราบว่าเป็นสินค้าเช่นว่านั้น

ในกรณีเป็นสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ก่อนนำสินค้าที่ขอยกเว้นภาษี ออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือก่อนขนสินค้าออกจากอารักขาของศุลกากร ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 5 แจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่อยู่ประจำโรงอุตสาหกรรมหรือเจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ สถานที่ตามข้อ 5 แล้วแต่กรณี ตามแบบ ภษ. 01-29/1 ก โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือทางเอกสาร เพื่อทำการตรวจสอบความถูกต้องและผนึกดวงตรากรมสรรพสามิตที่ท่อทางรับ–จ่ายของยานพาหนะที่ใช้ขนส่งก่อน พร้อมให้ระบุหมายเลขดวงตรากรมสรรพสามิตในแบบ ภษ. 01-29/1 ก

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 5 นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือออกจากอารักขาของศุลกากรไม่ตรงกับที่ผ่านการตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีดังกล่าวชี้แจงเหตุผลประกอบ ทั้งนี้ ให้ได้รับยกเว้นภาษีเฉพาะตามจำนวนหรือปริมาณที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมหรืออารักขาของศุลกากรตามที่ตรวจสอบได้จริง แต่ไม่เกินจำนวนหรือปริมาณที่ระบุไว้ในคำขอตามข้อ 5

เมื่อตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีเสร็จแล้ว ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตามวรรคหนึ่งบันทึกผลการตรวจตามแบบ ภษ. 01-29/1 ก ไว้เป็นหลักฐานเพื่อให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีใช้เป็นเอกสารกำกับการขนสินค้าและให้สำเนาส่งไปยังสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษีตามข้อ 5 เพื่อเป็นหลักฐานในการตรวจสอบ

ข้อ 7 การขนสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือออกจากอารักขาของศุลกากร ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 5 ใช้เอกสารตามแบบ ภษ. 01-29/1 ก ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิตได้ลงนามเรียบร้อยแล้ว กำกับไปกับสินค้าดังกล่าวด้วย

สำหรับการขนน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันทางท่อ เมื่อเจ้าพนักงานดำเนินการตรวจสอบจำนวนหรือปริมาณในแต่ละวันเรียบร้อยแล้ว ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 5 ส่งแบบ ภษ. 01-29/1 ก ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่อยู่ประจำโรงอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าในโรงอุตสาหกรรมตามข้อ 11 ทราบทันที

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 5 ไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง หรือวรรคสองให้ถือว่าสินค้านั้นไม่ได้รับการยกเว้นภาษี

ข้อ 8 ถ้าปรากฏว่าสินค้าที่ได้ขอรับยกเว้นภาษีสูญหายหรือขาดจำนวนไปในระหว่างการขน ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 5 ชำระภาษีสำหรับสินค้าตามประเภทหรือชนิดและจำนวนหรือปริมาณที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษีตามข้อ 5 ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุอันสมควร

ในกรณีที่สินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน หากความแตกต่างของปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ขอยกเว้นภาษี เปรียบเทียบกับปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ตรวจวัดได้จากโรงอุตสาหกรรมที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันนั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันประเภทหรือชนิดเดิมหรืออีกประเภทหรืออีกชนิดหนึ่ง หรือเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันที่วัดได้จากโรงอุตสาหกรรมที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันนั้นมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อการส่งออก แล้วแต่กรณี มีความแตกต่างกันเกินกว่าร้อยละ 0.5 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 5 ชำระภาษีสำหรับส่วนที่แตกต่างดังกล่าว เว้นแต่จะพิสูจน์ต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษีตามข้อ 5 ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือจำนวนหรือปริมาณขาดไปเพราะเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลอันสมควร

ข้อ 9 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 5 จัดทำบัญชีประจำวันแสดงการผลิตและการจำหน่าย ตามแบบ ภษ.03-06 หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี และจัดทำงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำหน่าย และยอดคงเหลือสินค้า ตามแบบ ภษ. 01-42 หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี โดยให้ยื่นบัญชีประจำวันและงบเดือนดังกล่าวต่อสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือด่านศุลกากรที่มีการนำเข้านั้นตั้งอยู่ ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือทางเอกสาร

ข้อ 10 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมใดที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตามมาตรา 101 ทวิ จะต้องทำสัญญาตามแบบท้ายระเบียบนี้ไว้กับกรมสรรพสามิต ว่าจะให้เบี้ยปรับตามสัญญาเท่ากับจำนวนเงินค่าภาษี นับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น ในกรณีดังต่อไปนี้

10.1 นำไปใช้นอกเหนือจากการนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิต

10.2 สูญหาย หรือจำนวนหรือปริมาณขาดไปในระหว่างการเก็บรักษา

ในการนี้กรมสรรพสามิตโดยสรรพสามิตพื้นที่ มีอำนาจลงนามในหนังสือสัญญาของผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะให้เบี้ยปรับ

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามวรรคหนึ่งยื่นสูตรการผลิตตามแบบท้ายระเบียบนี้ ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ก่อนการผลิต โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือทางเอกสาร เพื่อให้สรรพสามิตพื้นที่พิจารณาอนุมัติสูตรการผลิตดังกล่าว

ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าได้รับอนุมัติสูตรการผลิตแล้ว ให้สูตรการผลิตนั้นใช้ได้ต่อไปโดยให้ถือว่าได้รับอนุมัติสูตรการผลิตสำหรับการผลิตในครั้งต่อไป เว้นแต่ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงสูตรการผลิต ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามที่กำหนดในวรรคสาม

ข้อ 11 เมื่อได้รับอนุมัติสูตรการผลิตจากสรรพสามิตพื้นที่แล้ว ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่จะนำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าในโรงอุตสาหกรรมของตนแจ้งเจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ตามแบบ ภษ.01-29/1 ข โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือทางเอกสาร เพื่อทำการตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีก่อนรับเข้าในโรงอุตสาหกรรมของตน

กรณีที่โรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันมีเจ้าพนักงานสรรพสามิตอยู่ประจำโรงอุตสาหกรรม ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่อยู่ประจำโรงอุตสาหกรรมทำลายดวงตรา กรมสรรพสามิตที่เจ้าพนักงานสรรพสามิตผนึกไว้ตามที่กำหนดในข้อ 6 วรรคสี่ เพื่อทำการตรวจสอบจำนวนหรือปริมาณน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ได้รับยกเว้นภาษีก่อนรับเข้าในโรงอุตสาหกรรมของตน โดยก่อนทำลายจะต้องตรวจสอบว่ามีสภาพผิดปกติหรือไม่ หากปรากฏว่ามีสภาพผิดปกติ ให้รายงานต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษีตามข้อ 5 ทราบทันที

เมื่อเจ้าพนักงานได้ตรวจสอบและนับจำนวนหรือปริมาณสินค้าตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว ให้ส่งสำเนาแบบ ภษ.01-29/1 ข ให้สรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษีตามข้อ 5 ทราบทันที

ข้อ 12 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าในโรงอุตสาหกรรมของตน จะต้องนำสินค้าที่ผลิตได้นั้นออกจากโรงอุตสาหกรรมของตนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น

ในกรณีที่นำสินค้าที่ผลิตได้ตามวรรคหนึ่งไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน ต้องนำสินค้านั้นออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้อง เสียภาษีของสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น

หากไม่สามารถนำสินค้าดังกล่าวมาใช้ผลิตสินค้าได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือไม่สามารถนำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บนได้ภายในกำหนดเวลาตามวรรคสอง ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 5 ชำระภาษีสำหรับสินค้าที่ขอยกเว้นภาษีนับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าเกิดขึ้น

ข้อ 13 ในกรณีการขนส่งน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันทางท่อ หากไม่สามารถนำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ภายในกำหนดเวลาตามข้อ 12 ให้ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ได้รับอนุมัติตามข้อ 5 ชำระภาษีสำหรับน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันดังกล่าว นับแต่วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีของน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันเกิดขึ้นในแต่ละวัน

ข้อ 14 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการรับ-จ่ายสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีที่นำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตตามแบบ ภษ.01-29/1 ค พร้อมกับการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษี หรือพร้อมกับการขอยกเว้นภาษีหรือคืนภาษีในกรณีส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 100 โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือทางเอกสาร เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตตรวจสอบความถูกต้อง

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า จัดทำบัญชีประจำวันตามแบบ ภษ.01-29/1 ค หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี และจัดทำงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวตามแบบ ภษ.01-29/1 ง หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี โดยให้ยื่นแบบ ภษ. 01-29/1 ค และแบบ ภษ. 01-29/1 ง ต่อสรรพสามิตพื้นที่ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดจากเดือนที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า พร้อมทั้งส่งสำเนาบัญชีประจำวันและงบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวให้สรรพสามิตพื้นที่ที่อนุมัติให้ยกเว้นภาษีตามข้อ 5 แล้วแต่กรณีทราบ โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือทางเอกสาร

ข้อ 15 สินค้าใดที่ผลิตขึ้นจากวัตถุดิบหรือมีส่วนประกอบที่เป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้า จะนำสินค้าที่ผลิตขึ้นดังกล่าวนั้นมาขอยกเว้นภาษีตามกฎกระทรวงดังกล่าวนี้อีกไม่ได้

ข้อ 16 ระเบียบนี้มิให้ใช้บังคับกับผู้ประกอบอุตสาหกรรมประเภทคลังน้ำมันที่มีการปรุงแต่งน้ำมันโดยการเพิ่มสารเติมแต่ง

ข้อ 17 ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตแห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนที่นำสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษีมาใช้เป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในการผลิตสินค้าตั้งอยู่ รวบรวม วิเคราะห์ และตรวจสอบข้อมูลการยกเว้นภาษี โดยจัดทำรายงานตามแบบ ภษ.01-29/1 จ พร้อมแนบสำเนาบัญชีประจำวันตามแบบ ภษ.01-29/1 ค หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี และสำเนางบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับสินค้า ที่ได้รับยกเว้นภาษีดังกล่าวตามแบบ ภษ.01-29/1 ง หรือแบบอื่นที่ได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค และสำเนาให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี ทราบภายในวันที่ยี่สิบของเดือนถัดไป โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือทางเอกสาร

ข้อ 18 ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 หรือผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 2 ตามสินค้าที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบ แล้วแต่กรณี เป็นผู้รักษาการ และมีอำนาจวินิจฉัย สั่งการ และวางแนวทางปฏิบัติตามระเบียบนี้

 

ประกาศ ณ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

 

 

 

อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม

 

 

อธิบดีกรมสรรพสามิต

 

 

 

หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7| 8 | 9 | 10