simple tracking
 
 
 
 
ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแบ่งเงินรางวัลและวิธีปฏิบัติในการขอรับเงินสินบนและหรือเงินรางวัล
ในคดีจับกุมผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 พ.ศ. 2543

 

----------------

 

เพื่ออนุวัตตามความในข้อ  13  และข้อ 20 แห่งระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลในคดีจับกุมผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 พ.ศ. 2542 อธิบดีกรมสรรพสามิต จึงวางหลักเกณฑ์การแบ่งเงินรางวัลและการปฏิบัติในการรับแจ้งความและการรายงานการจับกุมไว้  ดังต่อไปนี้

ข้อ  1  ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแบ่งเงินรางวัลและวิธีปฏิบัติในการขอรับเงินสินบนและหรือเงินรางวัลในคดีจับกุมผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 พ.ศ. 2543"

ข้อ  2  ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป

ข้อ  3  ให้แบ่งเงินรางวัลออกเป็น  2  ส่วน

3.1  ให้จ่าย 1 ใน 3  ของเงินรางวัลให้แก่เจ้าพนักงานซึ่งทำการจับกุม  ร่วมทำการจับกุม  ผู้สั่งการให้จับกุม ในกรณีที่มีหลายคนให้ได้รับคนละเท่า ๆ กัน  เว้นแต่ในกรณีที่ผู้จับกุมคนใดคนหนึ่งสละสิทธิไม่ขอรับเงินรางวัล ให้นำส่วนของผู้ที่สละสิทธิมาเฉลี่ยให้ผู้จับคนอื่นๆ  คนละเท่าๆ กัน

3.2  ให้จ่าย 2 ใน 3 ของเงินรางวัลให้แก่เจ้าพนักงานซึ่งทำการจับกุม  ร่วมทำการจับกุม  ผู้สั่งการให้จับกุม  ผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน  ผู้ทำการสืบสวนอันเป็นประโยชน์โดยตรงเกี่ยวกับการจับกุม  เจ้าพนักงานเปรียบเทียบคดี  ผู้พิสูจน์ นักวิทยาศาสตร์ ผู้ตรวจสอบเอกสาร ผู้ตรวจพบผู้กระทำผิด  ผู้ดำเนินการด้านกฎหมายซึ่งได้ทำการตรวจสอบพยานหลักฐานและทำการใดๆ อันเกี่ยวกับคดีนั้น

ข้อ  4  การแบ่งเงินรางวัลตามข้อ  3.2

4.1 เจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต  ให้แบ่งตามส่วน ดังนี้

 

(1)  อธิบดี 

 

12

ส่วน

 

(2)  รองอธิบดี                            

คนละ

11

ส่วน

 

(3)  ผู้อำนวยการสำนัก       

คนละ

10

ส่วน

 

(4)  ผู้อำนวยการกอง , สรรพสามิตจังหวัด        

คนละ

9  

ส่วน

 

(5)  ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 7, 8 นอกจากที่ระบุไว้ ใน (4)     

คนละ

8  

ส่วน

 

(6)  ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 5 และ 6

คนละ

7

ส่วน

 

(7)  ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 3  และ 4

คนละ

6

ส่วน

 

(8)  ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 2

คนละ

5

ส่วน

 

(9)  ผู้ดำรงตำแหน่งระดับ 1

คนละ

3

ส่วน

 

(10) ผู้ช่วยเหลือซึ่งมิได้ร่วมจับกุมโดยตรง

คนละ

1

ส่วน

4.2 กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่กรมสรรพสามิต  การแบ่งเงินรางวัลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้แบ่งตามส่วน ดังนี้

 

(1) เจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พล.ต.อ.

คนละ

12

ส่วน

 

(2) เจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พล.ต.ท.

คนละ

11

ส่วน

 

(3) เจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พล.ต.ต.

คนละ

8

ส่วน

 

(4) เจ้าหน้าที่ตำรวจยศ พ.ต.ท.,พ.ต.อ.

คนละ

7

ส่วน

 

(5) เจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ร.ต.อ.,พ.ต.ต.

คนละ

6

ส่วน

 

(6) เจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ร.ต.ต.,ร.ต.ท.

คนละ

5

ส่วน

 

(7) เจ้าหน้าที่ตำรวจยศพลฯ, ส.ต.ต., ส.ต.ท.,ส.ต.อ., จ.ส.ต., ด.ต.

คนละ

3

ส่วน

4.3 ในกรณีที่การจับกุมผู้กระทำความผิดรายใด มีเหตุสมควรเพิ่มอัตราส่วนแบ่งของผู้จับคนใดเป็นพิเศษ เช่น ได้รับอันตรายถึงบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ให้อธิบดีพิจารณาเป็นราย ๆ ไป และคำสั่งของอธิบดีให้ถือว่าเป็นที่สุด

ข้อ  5  หลักฐานและวิธีปฏิบัติในการขอเบิกเงินสินบนและเงินรางวัลที่ต้องแสดง และวิธีปฏิบัติในการขอเบิกเงินสินบนและเงินรางวัล

5.1 หลักฐานที่ใช้ในการขอเบิกเงินสินบนและเงินรางวัลมี ดังนี้

(1) สำเนาบันทึกการจับกุมของผู้จับ

(2) ข้อตกลงในการแบ่งเงินสินบน (ถ้ามี)

(3) สำเนาใบรายงานการตรวจพิสูจน์ของกลาง

(4) ใบรับแจ้งความนำจับ โดยผู้รับแจ้งความนำจับรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรว่าผู้ขอเบิกเงินสินบนเป็นผู้แจ้งความนำจับจริง (เฉพาะในกรณีขอรับเงินสินบน)

(5) หนังสือมอบอำนาจให้ผู้จับกุมคนหนึ่งคนใดเป็นผู้รับเงินรางวัล

(6) สำเนาคำพิพากษาคดีถึงที่สุด หรือหนังสือแจ้งผลคดีของพนักงานอัยการว่าคดีถึงที่สุด แต่ในกรณีที่ขอเบิกเงินสินบน และหรือเงินรางวัลเป็นจำนวนไม่เกิน 5,000 บาท หรือขอเบิกเงินสินบนและเงินรางวัลรวมกันไม่เกิน 10,000 บาท หากการยื่นสำเนาคำพิพากษาของศาลไม่เป็นการสะดวกให้ยื่นหนังสือแจ้งผลคดีของพนักงานอัยการรับรองว่าคดีถึงที่สุดแทนได้

5.2 กรณีคดีถึงที่สุดในชั้นเปรียบเทียบคดีให้ปฏิบัติ ดังนี้

(1) ในส่วนกลาง เมื่อส่วนคดี สำนักกฎหมาย ได้แจ้งผลคดีถึงที่สุด หรือในกรณีจำหน่ายของกลางเมื่อฝ่ายพิสูจน์ของกลาง  สำนักกฎหมาย  ได้แจ้งผลการจำหน่ายของกลางไปยังหน่วยงานที่ผู้จับสังกัดอยู่ ให้ผู้ขอเบิกทำเรื่องขอเบิกเงินสินบนหรือเงินรางวัลยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายผ่านส่วนคดี สำนักกฎหมาย โดยให้แนบเรื่องเดิมทั้งหมดพร้อมหลักฐานขอเบิกไปด้วย

(2) ในส่วนภูมิภาค  เมื่อสำนักงานสรรพสามิตอำเภอ  หรือสำนักงานสรรพสามิตจังหวัด แจ้งผลคดีถึงที่สุดหรือในกรณีจำหน่ายของกลางเมื่อได้แจ้งผลการจำหน่ายของกลางไปยังที่ผู้จับสังกัดอยู่  ให้ผู้ขอเบิกเงินสินบนหรือเงินรางวัล  ยื่นคำขอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดหรือ ผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย  โดยให้แนบเรื่องเดิมทั้งหมดพร้อมหลักฐานขอเบิกไปด้วย

5.3 กรณีคดีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค การขอเบิกเงินสินบน และหรือเงินรางวัล ให้ผู้มีสิทธิยื่นคำขอพร้อมหลักฐานตามข้อ 5.1 ต่อกรมสรรพสามิต

ข้อ  6  การปฏิบัติในการรับแจ้งความนำจับให้ถือปฏิบัติเกี่ยวกับการทำใบแจ้งความนำจับ ดังต่อไปนี้

6.1 ใบแจ้งความนำจับทุกรายให้ทำเป็นสองฉบับตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้  โดยต้นฉบับเก็บไว้ที่ผู้รับแจ้งความนำจับ  และคู่ฉบับเก็บไว้ที่ผู้แจ้งความนำจับ

6.2  ผู้รับรองในใบแจ้งความนำจับ  ต้องเป็นผู้รับแจ้งความนำจับตามข้อ 6 และข้อ 7 แห่งระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลในคดีจับกุมผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527  พ.ศ. 2542

6.3 ในกรณีที่ไม่อาจทำใบแจ้งความนำจับ เช่น เป็นการแจ้งโดยทางจดหมาย โทรเลขหรือโทรสาร ให้ถือว่าจดหมาย โทรเลขหรือโทรสารเป็นใบแจ้งความนำจับ ในกรณีที่ได้แจ้งความนำจับทางโทรศัพท์ให้ผู้รับแจ้งบันทึกข้อความไว้เป็นหลักฐานแล้วเสนอต่อผู้บังคับบัญชาก่อนดำเนินการจับกุม  หรือในโอกาสแรกที่อาจทำได้ เว้นแต่ในกรณีผู้ที่รับแจ้งเป็นผู้มีตำแหน่งตั้งแต่ผู้อำนวยการสำนักขึ้นไปสำหรับในส่วนกลาง  และผู้มีตำแหน่งสรรพสามิตจังหวัดสำหรับในส่วนภูมิภาค  ไม่ต้องเสนอรายงานดังกล่าว  และในการรับแจ้งความทางโทรศัพท์ ให้ผู้รับแจ้งชี้แจงให้ผู้แจ้งความนำจับทราบว่า  ถ้าประสงค์จะขอรับเงินสินบนให้ติดต่อกับผู้รับแจ้งเพื่อทำใบแจ้งความตามข้อ  6.1 ภายใน  2  วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์

ข้อ  7  การปฏิบัติในการรายงานการจับกุมของเจ้าหน้าที่สรรพสามิตให้ทำตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้  โดยให้ถือปฏิบัติดังนี้

7.1  ในส่วนกลางให้ผู้จับกุมทำรายงานผลการจับกุมเบื้องต้นเสนอให้กรมฯ  ทราบโดยพลัน  และจัดทำรายงานการจับกุมเสนอต่อผู้บังคับบัญชาอย่างช้าก่อนสิ้นเวลาราชการของวันถัดจากวันที่มีการจับกุม และให้ผู้บังคับบัญชาเสนอต่อไปตามลำดับ  โดยให้ผู้เสนอแต่ละคนลงวัน  เวลา  ที่เสนอจนถึงผู้อำนวยการสำนักหรือผู้ที่ผู้อำนวยการสำนักมอบหมายภายใน  3 วันนับแต่วันที่มีการจับกุม  ถ้าวันที่ครบกำหนด  3  วัน  เป็นวันหยุดราชการ ให้เสนอภายในวันแรกที่เปิดทำการ  แล้วให้เสนออธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายต่อไป  และในกรณีมีผู้แจ้งความนำจับให้สำเนาภาพถ่ายต้นฉบับใบแจ้งความนำจับ ซึ่งหน่วยงานที่ทำการจับกุมได้รับรองสำเนาถูกต้องแล้วให้แนบไปพร้อมกับรายงานการจับกุมด้วย

7.2  ในส่วนภูมิภาคให้ปฏิบัติตามข้อ  7.1 โดยอนุโลม  และให้รายงานสรรพสามิตจังหวัดภายในกำหนด  3 วันเช่นเดียวกัน  แต่ถ้าราคาของกลางซึ่งได้รวมค่าภาษีเข้าด้วยแล้วเกิน  100,000 บาท ให้สรรพสามิตจังหวัดส่งรายงานการจับกุมพร้อมกับสำเนาภาพถ่ายต้นฉบับใบแจ้งความนำจับซึ่งได้รับรองสำเนาถูกต้องแล้ว (ถ้ามี) ไปยังกรมสรรพสามิตภายใน 7 วัน นับแต่วันที่มีการจับกุม

7.3  ในกรณีไม่อาจทำรายงานการจับกุมตามแบบแนบท้ายระเบียบได้  ให้รายงานโดยย่อและชี้แจงข้อขัดข้องเสนอพร้อมใบแจ้งความนำจับ (ถ้ามี) ภายในกำหนดเวลา  ตามข้อ  7.1  หรือ ข้อ 7.2 และให้รายงานตามแบบที่กำหนดในเวลาที่สามารถจะกระทำได้โดยทันที

ข้อ  8  การรายงานการจับกุมในกรณีตามข้อ  6.3  ให้ปฏิบัติตามข้อ  7  โดยในกรณีแจ้งทางจดหมายหรือโทรเลขหรือโทรสารให้แนบจดหมายหรือโทรเลขหรือโทรสารนั้นไปกับรายงานการจับกุม  ส่วนการแจ้งทางโทรศัพท์ให้แนบบันทึกของผู้รับแจ้งตามข้อ  6.1  ไปกับรายงานการจับกุม สำหรับใบแจ้งความนำจับนั้นให้นำเสนอผู้บังคับบัญชาทันทีที่ทำขึ้น และให้แนบไปพร้อมกับรายงานการจับกุมเช่นเดียวกันหรือถ้าใบแจ้งความนำจับกระทำภายหลังที่ได้ส่งรายงานการจับกุมไปแล้ว  ก็ให้เสนอไปตามลำดับชั้นเพื่อรวมไว้กับรายงานการจับกุมด้วย

ข้อ  9 ในกรณีที่ผู้ขอรับเงินสินบนและหรือเงินรางวัลมิได้ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ จะไม่มีสิทธิได้รับเงินสินบนและหรือเงินรางวัล  เว้นแต่จะได้ชี้แจงถึงเหตุที่ไม่อาจปฏิบัติตามระเบียบได้ ซึ่งอธิบดีจะเป็นผู้พิจารณาสั่งการว่าสมควรจะได้รับเงินสินบนและหรือเงินรางวัลหรือไม่

ข้อ  10  ในกรณีที่มีปัญหาหรือในกรณีที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้  ให้เสนออธิบดีพิจารณาสั่งการเป็นราย ๆ ไป

 

ประกาศ  ณ  วันที่   10    มกราคม   พ.ศ. 2543

 

 

 

วุฒิชัย  พงษ์ประสิทธิ์

 

อธิบดีกรมสรรพสามิต

 

 

 

 

 

หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4