simple tracking
 
 
 
 
ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร
หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 100 และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษี
สำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102 พ.ศ. 2547

 

 

 ------------------

 

 

เพื่อให้การยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี ตามมาตรา 102 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 เป็นไปโดยถูกต้อง ทันสมัย โปร่งใส และเป็นธรรม                         

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 3 แห่งกฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขในการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืน หรือยกเว้นภาษี พ.ศ. 2547 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 กรมสรรพสามิตจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 100 และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102 พ.ศ. 2547"

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป

ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรตามมาตรา 100 และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102 พ.ศ. 2542 ลงวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2542

ข้อ 4 ในระเบียบนี้

"ผู้ส่งออก" หมายความว่า ผู้ที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือผู้ที่นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร

"เขตปลอดอากร" หมายความว่า เขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

ข้อ 5 ให้ผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี 2 ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยการสำนักบริหารการจัดเก็บภาษี เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

 

หมวด 1

การยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้า

ที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร

 

ข้อ 6 ให้ผู้ส่งออกมีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษี ดังนี้

6.1 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีได้

6.2 ผู้ซื้อหรือได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และได้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมนั้นให้ดำเนินการขอยกเว้นหรือคืนภาษี มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีได้

6.3 นิติบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ซึ่งได้ซื้อหรือได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นทอดแรก เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับมอบอำนาจจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมให้ใช้วิธีการคืนภาษี

6.4 บุคคลอื่นที่มิได้ซื้อหรือได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นทอดแรก ให้ใช้วิธีการคืนภาษี

ข้อ 7 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะขอยกเว้นหรือคืนภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้ปฏิบัติดังนี้

7.1 ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษี ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายตามแบบ ภษ. 01-28 ท้ายระเบียบนี้ ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าโดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าของผู้นั้นตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี พร้อมหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบคำขอ

7.2 กรณีส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร ให้ประทับตราหรือทำเครื่องหมาย "FOR EXPORT ONLY" หรือ "FOR EXPORT " หรือเครื่องหมายใด ๆ ที่ตัวสินค้า หรือภาชนะบรรจุสินค้าให้มองเห็นได้ชัดเจน เว้นแต่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งเป็นอย่างอื่น

กรณีส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกนอกราชอาณาจักร ให้เติมสาร Marker ก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักร ณ โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคแรกหรือวรรคสองแล้ว อนุญาตให้ผู้ส่งออกนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ไปยังสถานที่ส่งออกหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในแบบคำขอได้

“ข้อ 7.3 ส่งแบบ ภษ.01-28 ที่ได้รับการรับรองการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรจากผู้ส่งออก พร้อมหลักฐานที่ระบุในแบบคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ซึ่งได้รับคำขอไว้ตามข้อ 7.1 ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร แล้วแต่กรณี

กรณีที่ผู้ส่งออกมีการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษีผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตให้ส่งเฉพาะแบบ ภษ.01-28 ที่ได้รับการรับรองการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรจากผู้ส่งออก พร้อมข้อมูลหลักฐานการรับรองการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรของพนักงานศุลกากร ส่วนหลักฐานอื่นที่ระบุในแบบคำขอให้ผู้ส่งออกเก็บไว้ ณ โรงอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการของผู้ส่งออกแล้วแต่กรณี เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 100 และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550)

7.4 จัดทำรายงานประจำเดือนการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร และการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร ตามแบบท้ายระเบียบนี้ และรายงานต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งได้รับคำขอตามข้อ 7.1 ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

(หมายเหตุ แบบ ภษ.01-28 ถูกแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามมาตรา 100 และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102 (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553)

มีกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องดังนี้

-ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการเติมสาร Marker ในน้ำมันดีเซล พ.ศ. 2550

ข้อ 8 ผู้ส่งออกที่ประสงค์จะขอยกเว้นภาษี โดยขอนำสินค้าไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้าเพื่อรอการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร แล้วแต่กรณี ให้ปฏิบัติ ดังนี้

8.1 ขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้าต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพร้อมหลักฐาน ดังนี้

(1) ชื่อ ที่อยู่ ของสถานที่เก็บสินค้า

(2) ชื่อเจ้าของหรือผู้มีอำนาจดำเนินการของสถานที่เก็บสินค้า

(3) แบบแปลนแผนผังของสถานที่เก็บสินค้า กรณีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันให้ระบุหมายเลขถังที่จะใช้เก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันด้วย

(4) หลักฐานแสดงความยินยอมให้ใช้สถานที่เก็บสินค้าจากเจ้าของสถานที่เก็บสินค้า

(5) หนังสือยินยอมให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตเข้าทำการตรวจสอบสินค้า ตลอดจนบัญชีหลักฐานต่าง ๆ ภายในสถานที่เก็บสินค้าได้ตลอดเวลาจากเจ้าของสถานที่เก็บสินค้า

8.2 ยื่นคำขอนำสินค้าไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้าต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ตามแบบ ภษ.01-28/1 ท้ายระเบียบนี้ ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคแรกแล้ว อนุญาตให้ผู้ส่งออกนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี ส่งไปยังสถานที่เก็บสินค้าภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในแบบคำขอได้

8.3 ส่งแบบ ภษ. 01-28/1 ต้นฉบับพร้อมหลักฐานที่ระบุในแบบคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งได้รับคำขอตามข้อ 8.2 ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี

8.4 เมื่อจะส่งสินค้าที่เก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้ปฏิบัติตามข้อ 7 โดยอนุโลม

8.5 ต้องส่งสินค้าที่เก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า ออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ให้เสร็จสิ้นภายในเวลาหกเดือนนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี

8.6 จัดทำรายงานประจำเดือนการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรและการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร และบัญชีรับ-จ่ายสินค้า ณ สถานที่เก็บสินค้าตามแบบท้ายระเบียบนี้ และรายงานต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งได้รับคำขอตามข้อ 8.2 ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

 

หมวด 2

การขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบ

อุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102

 

ข้อ 9 การขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102 (1) และ (2) ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมปฏิบัติ ดังนี้

9.1 ยื่นคำขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามแบบ ภษ. 01-34 ท้ายระเบียบนี้ ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้า โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต  http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

9.2 ประทับคำว่า "คืนภาษี" หรือ "ยกเว้นภาษี" แล้วแต่กรณี ที่ตัวสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้านั้น ให้มองเห็นได้ชัดเจน เว้นแต่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งเป็นอย่างอื่น ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้า

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคแรกแล้ว อนุญาตให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในแบบคำขอได้

9.3 ส่งแบบ ภษ. 01-34 ต้นฉบับ พร้อมหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ซึ่งได้รับคำขอตามข้อ 9.1 ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี

9.4 จัดทำรายงานประจำเดือนการจ่ายสินค้าที่ขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102 ตามแบบท้ายระเบียบนี้ และรายงานต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งได้รับคำขอตามข้อ 9.1 ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

ข้อ 10 การขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102 (3) ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมปฏิบัติ ดังนี้

10.1 ยื่นคำขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามแบบ ภษ. 01-35 ท้ายระเบียบนี้ ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้า โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

กรณีที่ขอคืนภาษีสำหรับสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ตามมาตรา 102 (3) ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมยื่นแบบ ภษ. 01-35 ที่ผู้ได้รับเอกสิทธิ และกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้นแล้ว เป็นงวด  งวดละ 4 เดือน  พร้อมหลักฐานที่ระบุในแบบคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ภายในหกเดือน นับแต่วันสิ้นงวด

10.2 ประทับคำว่า "คืนภาษี" หรือ "ยกเว้นภาษี" แล้วแต่กรณี ที่ตัวสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้านั้น ให้มองเห็นได้ชัดเจน เว้นแต่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งเป็นอย่างอื่น ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคแรกแล้ว อนุญาตให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในแบบคำขอได้

10.3 ส่งแบบ ภษ. 01-35 ต้นฉบับ พร้อมหลักฐานที่ระบุไว้ในแบบคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ซึ่งได้รับคำขอตามข้อ 10.1 ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี

10.4 จัดทำรายงานประจำเดือนการจ่ายสินค้าที่ขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102 ตามแบบท้ายระเบียบนี้ และรายงานต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งได้รับคำขอตามข้อ 10.1 ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

ข้อ 11 การขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามมาตรา 102 (4) ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมปฏิบัติ ดังนี้

11.1 ยื่นคำขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามแบบ ภษ. 01-36 ท้ายระเบียบนี้ ก่อนนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าโดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

11.2 เติมสาร Marker ก่อนนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคแรกแล้ว อนุญาตให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บนหรือสถานที่เก็บสินค้าแล้วแต่กรณี ภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในแบบคำขอได้

11.3 ส่งแบบ ภษ. 01-36 ต้นฉบับ พร้อมหลักฐานที่ระบุในแบบคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ซึ่งได้รับคำขอตามข้อ 11.1 ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าแล้วแต่กรณี

11.4 จัดทำรายงานประจำเดือนการจ่ายสินค้าที่ขอรับคืนหรือยกเว้นภาษี ตามมาตรา 102 ตามแบบท้ายระเบียบนี้ และรายงานต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งได้รับคำขอตามข้อ 11.1 ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

ข้อ 12 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ประสงค์จะขอยกเว้นภาษีสำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันโดยนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า เพื่อจะนำไปใช้เติมเรือไปต่างประเทศ ให้ปฏิบัติ ดังนี้

12.1 ขออนุมัติสถานที่เก็บสินค้า โดยถือปฏิบัติตามข้อ 8.1 โดยอนุโลม

12.2 ยื่นคำขอนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้า ตามแบบ ภษ. 01-36/1 ท้ายระเบียบนี้ ก่อนนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย  ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี

เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคแรกแล้ว อนุญาตให้ผู้ส่งออกนำสินค้าออกจาก โรงอุตสาหกรรม หรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี ส่งไปยังสถานที่เก็บสินค้าภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในแบบคำขอได้

12.3 ส่งแบบ ภษ. 01-36/1 ต้นฉบับพร้อมหลักฐานที่ระบุในแบบคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งได้รับคำขอตามข้อ 12.2 ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนแล้วแต่กรณี

12.4 เมื่อจะนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งเก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้าไปใช้เติมเรือไปต่างประเทศ ให้ถือปฏิบัติตามข้อ 11 โดยอนุโลม

12.5 ต้องนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เก็บไว้ ณ สถานที่เก็บสินค้าไปใช้เติมเรือไปต่างประเทศ ให้เสร็จสิ้นภายในหกเดือนนับแต่วันที่นำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บน แล้วแต่กรณี

12.6 จัดทำรายงานการจ่ายสินค้าที่ขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102 และบัญชีรับ-จ่าย สินค้า ณ สถานที่เก็บสินค้า ตามแบบท้ายระเบียบนี้ และรายงานต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายซึ่งได้รับคำขอตามข้อ 12.2 ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

 

หมวด 3

บทเฉพาะกาล

 

ข้อ 13 การดำเนินการเกี่ยวกับการขอยกเว้นหรือคืนภาษีที่ได้กระทำไปแล้วตามระเบียบกรมสรรพสามิตที่ยกเลิกโดยข้อ 3 แห่งระเบียบนี้ ให้เป็นอันใช้ได้ สำหรับการดำเนินการต่อไปให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบนี้

 

ประกาศ ณ วันที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2547

 

 

 

 

สถิตย์  ลิ่มพงศ์พันธุ์

 

 

อธิบดีกรมสรรพสามิต

               

 

 

 

 

หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10