simple tracking
 
 
 
 
ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการใช้ระบบมาตรวัดและระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกล
ในการบริหารการจัดเก็บภาษีโรงอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม
พ.ศ. 2558

 

 

----------------

 

เพื่อให้การบริหารการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าเครื่องดื่มที่ใช้ระบบมาตรวัด และระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลในโรงอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 22 (1) (2) (3) (4) มาตรา 112 และมาตรา 113 แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงวางระเบียบเกี่ยวกับการใช้ระบบมาตรวัด และระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลในการบริหารการจัดเก็บภาษีโรงอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยการใช้ระบบมาตรวัด และระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลในการบริหารการจัดเก็บภาษีโรงอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม พ.ศ. 2558”

ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 3 ในระเบียบนี้

“โรงอุตสาหกรรม” หมายความว่า โรงอุตสาหกรรมเครื่องดื่มตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ซึ่งได้ติดตั้งระบบมาตรวัดและระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลในการบริหารการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่ม

“ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม” หมายความว่า เจ้าของ หรือผู้จัดการ หรือบุคคลอื่นซึ่งรับผิดชอบในการดำเนินงานของโรงอุตสาหกรรม

“เครื่องดื่ม” หมายความว่า เครื่องดื่มตามพระราชบัญญัติพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ซึ่งผลิตจากโรงอุตสาหกรรมตามระเบียบนี้

“ระบบมาตรวัด” หมายความว่า ระบบที่ใช้ในการตรวจนับจำนวนสินค้าเครื่องดื่มที่ผลิตได้ในโรงอุตสาหกรรม โดยมีอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งอยู่ที่สายการผลิตเครื่องดื่มในโรงอุตสาหกรรม และมีการส่งข้อมูลผ่านระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกลระหว่างโรงอุตสาหกรรมกับกรมสรรพสามิต

“อุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์” หมายความว่า ชุดอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตรวจสอบประเภท ขนาดของเครื่องดื่มและตรวจนับจำนวนขวด กระป๋อง หีบ ห่อหรือลังของเครื่องดื่ม

“ระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกล” หมายความว่า ระบบการส่งข้อมูลระหว่างโรงอุตสาหกรรมกับกรมสรรพสามิตโดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

“สรรพสามิตพื้นที่” หมายความว่า สรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

“เจ้าพนักงานสรรพสามิต” หมายความว่า เจ้าพนักงานสรรพสามิตสังกัดสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

ข้อ 4 ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 รักษาการตามระเบียบนี้

 

หมวด 1
หน้าที่ของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

ข้อ 5 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มที่ใช้ระบบมาตรวัด ต้องได้รับการติดตั้งระบบมาตรวัดจากกรมสรรพสามิตหรือที่กรมสรรพสามิตรับรองทุกสายการผลิต และผ่านการทดสอบระบบจากกรมสรรพสามิตแล้ว ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสายการผลิตเครื่องดื่มที่ได้รับการยกเว้นภาษีแยกต่างหากจากสายการผลิตเครื่องดื่มที่ต้องเสียภาษี

ข้อ 6 ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มจะทำการผลิตสินค้า โดยใช้ระบบมาตรวัดให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม มีหน้าที่ดังต่อไปนี้

6.1 บันทึกข้อมูลแผนการผลิตสินค้าของโรงอุตสาหกรรมก่อนการผลิต ลงในโปรแกรมระบบที่กรมสรรพสามิตกำหนด และหากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหรือปรับแผนการผลิตสินค้า ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแก้ไขข้อมูลที่บันทึกในโปรแกรมระบบก่อนการผลิต

6.2 บันทึกข้อมูลรายวันลงในโปรแกรมระบบที่กรมสรรพสามิตกำหนด ดังนี้

(1) ปริมาณการรับ - จ่ายวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต

(2) ปริมาณการผลิตของเครื่องดื่ม ทุกประเภทและทุกขนาด

(3) ปริมาณการสูญเสียของสินค้าระหว่างการผลิตของแต่ละรอบการผลิต (Batch)

(4) ปริมาณการนำสินค้าไปใช้ในโรงอุตสาหกรรม

(5) ปริมาณการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมเพื่อจำหน่ายภายในประเทศ และเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร

6.3 จัดทำบัญชีและงบเดือน ดังนี้

(1) บัญชีประจำวันแสดงการรับและการจ่ายวัตถุดิบ (ภษ.03 - 05) และบัญชีประจำวันแสดงการผลิตและจำหน่าย (ภษ.03 - 06) โดยทำให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันนับแต่วันที่มีเหตุที่จะต้องลงรายการนั้นเกิดขึ้น และเก็บไว้ที่โรงอุตสาหกรรมไม่น้อยกว่า 5 ปี พร้อมทั้งเอกสารประกอบการลงบัญชี เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

(2) งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ การผลิต การจำ หน่าย และยอดคงเหลือสินค้า (ภษ.01 - 42) ส่งให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ภายในวันที่สิบห้าของเดือนถัดไป โดยผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่เว็บไซต์กรมสรรพสามิต http://www.excise.go.th หรือวิธีการอื่นซึ่งได้รับอนุมัติจากสรรพสามิตพื้นที่

6.4 ในกรณีที่สินค้าเกิดความเสียหายในกระบวนการผลิต ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม จัดเก็บสินค้าที่เสียหายโดยแยกเก็บไว้ให้ชัดเจน แล้วแจ้งให้สรรพสามิตพื้นที่ทราบก่อนการทำลาย ทั้งนี้ หากสรรพสามิตพื้นที่เห็นสมควรจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตไปตรวจสอบสินค้าที่เสียหายก่อนการทำลายก็ได้

6.5 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มกดปุ่ม “เปิด” ก่อนเริ่มการผลิตและกดปุ่ม “ปิด” เมื่อผลิตเสร็จในแต่ละรอบการผลิตปกติที่อุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์

6.6 ในกรณีที่สินค้าผ่านจุดติดตั้งที่ 2 แล้ว แต่หีบห่อหรือลังเกิดความชำรุดเสียหาย และผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต้องการที่จะนำสินค้ากลับมาบรรจุหีบห่อหรือลังใหม่ (Re - Pack) ให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องดื่มนำสินค้ากลับมาบรรจุหีบห่อหรือลังใหม่ได้ และให้บันทึกข้อมูลการนำสินค้ากลับมาบรรจุหีบห่อหรือลังใหม่นั้นในโปรแกรมระบบที่กรมสรรพสามิตกำหนด พร้อมทั้งจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องไว้ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถตรวจสอบได้

6.7 ในกรณีที่มีการผลิตต่อเนื่องข้ามเดือน ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต้องตัดยอดการผลิตในวันสิ้นเดือน เพื่อให้ทราบปริมาณการผลิตเครื่องดื่มในแต่ละสายการผลิตของแต่ละเดือนได้อย่างชัดเจนและสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย

ข้อ 7 กรณีนำเครื่องดื่มที่ชำระภาษีสรรพสามิตแล้วกลับเข้าบริเวณโรงอุตสาหกรรม ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม แยกจัดเก็บไว้เป็นสัดส่วนให้ชัดเจน พร้อมทั้งจัดทำบัญชี รับ-จ่าย เครื่องดื่มคงเหลือที่ชำระภาษีแล้วกลับเข้าโรงงาน โดยแยกตามประเภท และขนาดของเครื่องดื่ม

ข้อ 8 กรณีมีการผลิตเครื่องดื่มใหม่ เปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ หรือมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของบรรจุภัณฑ์ใหม่ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต้องแจ้งเป็นหนังสือให้กรมสรรพสามิตทราบโดยผ่านสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันเริ่มผลิตเครื่องดื่มใหม่ ก่อนวันเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์ หรือก่อนวันเปลี่ยนแปลงรายละเอียดของบรรจุภัณฑ์ พร้อมรายละเอียดและเอกสาร ดังนี้

8.1 ชื่อ ประเภท และขนาดของเครื่องดื่ม หรือบรรจุภัณฑ์

8.2 วัน เวลาที่จะเริ่มผลิตเครื่องดื่ม หรือเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์

8.3 ตัวอย่างบรรจุภัณฑ์ หรือรายละเอียดของบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่ม ได้แก่ รูปถ่ายฝา และรูปถ่ายบรรจุภัณฑ์ในมุมต่าง ๆ ให้ครบถ้วน

ข้อ 9 กรณีเพิ่มสายการผลิต ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต้องแจ้งเป็นหนังสือให้กรมสรรพสามิตทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 6 เดือนก่อนเริ่มทำการติดตั้ง พร้อมแบบแปลนของสายการผลิต หากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มไม่ได้แจ้งล่วงหน้าตามที่กำหนด ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นในการติดตั้งระบบมาตรวัด สำหรับสายการผลิตที่เพิ่มขึ้นนั้น

ในระหว่างการติดตั้งระบบมาตรวัด ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจัดทำบัญชีแสดงจำนวนสินค้าที่ผลิตได้จากสายการผลิต เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตทำการตรวจสอบ

ความในวรรคหนึ่ง ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 6 เดือนนับแต่วันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ

ข้อ 10 กรณีมีการเปลี่ยนแปลงหรือย้ายสายการผลิตจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต้องแจ้งให้กรมสรรพสามิตทราบโดยผ่านสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ พร้อมรายละเอียดและแผนผังที่จะย้าย ก่อนดำเนินการไม่น้อยกว่า 30 วัน เพื่อจัดเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ และเมื่อได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 แล้วจึงจะสามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการถอดและการติดตั้งอุปกรณ์ระบบมาตรวัดนี้ทั้งหมด โดยอุปกรณ์ระบบมาตรวัดที่ติดตั้งใหม่จะต้องสามารถใช้งานได้ดังเดิม

ข้อ 11 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต้องเก็บแผนผังแสดงที่ตั้งระบบมาตรวัด และอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ของแต่ละสายการผลิตไว้ ณ โรงอุตสาหกรรม

ข้อ 12 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มต้องดูแล สงวนรักษาไว้ซึ่งระบบมาตรวัด ตราหรือสิ่งที่ติดอยู่กับระบบมาตรวัดและอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ ซึ่งกรมสรรพสามิตได้ติดตั้งไว้ในโรงอุตสาหกรรมให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยและพร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยใช้ความระมัดระวัง

กรณีที่ระบบมาตรวัด ตราหรือสิ่งที่ติดอยู่กับระบบมาตรวัดและอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ ชำรุด เสียหาย อันเกิดจากความจงใจหรือประมาทเลินเล่อของผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมให้สามารถใช้งานเป็นปกติ

ข้อ 13 หากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม พบความผิดปกติของอุปกรณ์ระบบมาตรวัด ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแจ้งเป็นหนังสือให้กรมสรรพสามิตทราบโดยผ่านสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่โดยทันที

ข้อ 14 ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องยินยอมให้บุคคลอื่นที่กรมสรรพสามิตมอบหมายเป็นหนังสือ เข้าไปในโรงอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเพื่อดำเนินการ ดังนี้

14.1 เก็บภาพผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่ในสายการผลิต

14.2 แก้ไขซ่อมแซม และบำรุงรักษาระบบมาตรวัดหรืออุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์

14.3 อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบมาตรวัดหรืออุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์

 

หมวด 2
การใช้ระบบมาตรวัด ในการบริหารการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่ม

 

ข้อ 15 ก่อนการนำระบบมาตรวัดมาใช้ในการบริหารการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่มของแต่ละโรงอุตสาหกรรม ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต ร่วมกับผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม ดำเนินการตรวจสอบ และนับจำนวนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีจดทะเบียน รวมทั้งสินค้าเครื่องดื่มที่ได้มีการชำระภาษีแล้ว ที่เก็บอยู่ในโรงอุตสาหกรรม และบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อนำมาพิจารณาประกอบการชำระภาษีเครื่องดื่ม

ข้อ 16 การใช้ระบบมาตรวัด ในแต่ละสายการผลิตให้เป็น ดังนี้

16.1 กำหนดให้ตัวเลขที่ได้จากชุดอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ หลังจากการบรรจุ และปิดฝาเสร็จสิ้นแล้วในสายการผลิต เรียกว่าเป็นจุดที่ 1

16.2 กำหนดให้ตัวเลขที่ได้จากชุดอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ หลังจากการบรรจุหีบห่อหรือลัง เรียบร้อยแล้วในสายการผลิต เรียกว่าเป็นจุดที่ 2

ข้อ 17 ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต ดำเนินการตรวจสอบบัญชี และตัวเลขที่ได้จากระบบมาตรวัด เปรียบเทียบกับรายงานงบเดือนของผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม โดยนำตัวเลขจากระบบมาตรวัดที่ได้จากจุดที่ 1 และจุดที่ 2 มาตรวจสอบเปรียบเทียบกับจำนวนเครื่องดื่มที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเครื่องดื่มผลิตได้จริง หากมีความแตกต่างมากผิดปกติ ให้ตรวจสอบหาสาเหตุของความผิดปกตินั้นโดยทันที และรายงานให้กรมสรรพสามิตทราบ

ข้อ 18 ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต ตรวจนับจำนวนสินค้าเครื่องดื่มคงเหลือในโรงอุตสาหกรรมเป็นประจำอย่างน้อย 6 เดือนครั้ง

ข้อ 19 การปฏิบัติตามระเบียบ ข้อ 17 และข้อ 18 นั้น ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตปฏิบัติตามคู่มือการปฏิบัติงานการใช้ระบบมาตรวัดและคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกล หมวด 3 คุณสมบัติของอุปกรณ์ที่ติดตั้ง และจุดติดตั้ง

ข้อ 20 คุณสมบัติของอุปกรณ์ที่ติดตั้งและจุดติดตั้ง

20.1 อุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์สื่อสารทางไกล ซึ่งติดตั้ง ณ โรงอุตสาหกรรม ประกอบด้วย

20.1.1 เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย (Computer Sever) พร้อมระบบปฏิบัติการ (Operating system) ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลของชุดอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์

20.1.2 อุปกรณ์สำหรับถอดรหัส ที่สามารถทำงานร่วมกับระบบบริหารจัดการคีย์ (Key Management System) เพื่อใช้ในการเข้ารหัส (Encryption) และถอดรหัสข้อมูล (Decryption) ที่ติดตั้งอยู่ที่กรมสรรพสามิต

20.1.3 เครื่องสำรองไฟฟ้า (Uninterruptible Power Supply : UPS) สำหรับสำรองไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งติดตั้ง ณ โรงอุตสาหกรรม และสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ต่อเนื่องอย่างน้อย 10 นาที กรณีระบบไฟฟ้าขัดข้อง

20.1.4 อุปกรณ์กระจายสัญญาณ (Switch) ของระบบ มีช่องเชื่อมต่อเครือข่าย และมีความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่เพียงพอ

20.1.5 อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเครือข่าย (Firewall) ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนเครือข่ายเพื่อใช้ในการตรวจสอบและป้องกันการบุกรุกจากภายนอก

20.1.6 อุปกรณ์ทั้งหมด จะต้องติดตั้งอยู่ในตู้ Rack ขนาดมาตรฐาน และมีอุปกรณ์สำหรับควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย

20.2 ชุดอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ สำหรับติดตั้งในสายการผลิตจุดที่ 1 เพื่อตรวจสอบชนิดขนาดของผลิตภัณฑ์และตรวจนับจำนวนขวดหรือกระป๋องที่ผ่านชุดอุปกรณ์ ประกอบด้วย

20.2.1 อุปกรณ์คอนโทรลเลอร์ (Controller) หรือคอมพิวเตอร์ (Computer) ที่มีซอฟแวร์สำเร็จรูปในการวิเคราะห์ประมวลผลภาพ (Image Processing) และสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ถ่ายภาพ (Vision Camera)

20.2.2 อุปกรณ์ PLC (Programmable Logic Controller) ทำหน้าที่ในการควบคุมอุปกรณ์ถ่ายภาพ ให้ถ่ายภาพผลิตภัณฑ์และควบคุมอุปกรณ์เซ็นเซอร์เพื่อนับจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ผ่านอุปกรณ์เซ็นเซอร์ และส่งข้อมูลการนับไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายผ่านระบบสื่อสารข้อมูลภายในโรงอุตสาหกรรม

20.2.3 อุปกรณ์ถ่ายภาพ (Vision Camera) ทำหน้าที่ในการถ่ายภาพผลิตภัณฑ์ โดยอุปกรณ์ถ่ายภาพต้องสามารถถ่ายภาพสีได้ และสามารถจับภาพผลิตภัณฑ์ที่เคลื่อนที่อยู่บนสายพานลำเลียงของสายการผลิตที่ติดตั้ง

20.2.4 อุปกรณ์เซ็นเซอร์ (Sensor) ทำหน้าที่นับจำนวนผลิตภัณฑ์ที่เคลื่อนที่อยู่บนสายพานลำเลียงของสายการผลิตที่ติดตั้งและจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซ็นเซอร์อย่างน้อย 2 ตัว เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์สำรองในกรณีที่มีอุปกรณ์เซ็นเซอร์ตัวใดตัวหนึ่งเสีย

20.3 ชุดอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ สำ หรับติดตั้งในสายการผลิตจุดที่ 2 เพื่อตรวจสอบขนาดหีบห่อหรือลังและตรวจนับจำนวนหีบห่อหรือลังที่ผ่านอุปกรณ์ ประกอบด้วย

20.3.1 อุปกรณ์คอนโทรลเลอร์ (Controller) หรือคอมพิวเตอร์ (Computer) ที่มีซอฟแวร์สำเร็จรูปในการวิเคราะห์ประมวลผลภาพ (Image Processing) และสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์ถ่ายภาพ (Vision Camera)

20.3.2 อุปกรณ์ PLC (Programmable Logic Controller) ทำหน้าที่ในการควบคุมอุปกรณ์ถ่ายภาพ ให้ถ่ายภาพผลิตภัณฑ์และควบคุมอุปกรณ์เซ็นเซอร์เพื่อนับจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ผ่านอุปกรณ์เซ็นเซอร์ และส่งข้อมูลการนับไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายผ่านระบบสื่อสารข้อมูลภายในโรงอุตสาหกรรม 20.3.3 อุปกรณ์ถ่ายภาพ (Vision Camera) ทำหน้าที่ในการถ่ายภาพบรรจุภัณฑ์ โดยอุปกรณ์ถ่ายภาพ สามารถถ่ายภาพสีได้ และสามารถจับภาพบรรจุภัณฑ์ที่เคลื่อนที่อยู่บนสายพานลำเลียงของสายการผลิตที่ติดตั้ง

20.3.4 อุปกรณ์เซ็นเซอร์ (Sensor) ทำหน้าที่นับจำนวนผลิตภัณฑ์ที่เคลื่อนที่อยู่บนสายพานลำเลียงของสายการผลิตที่ติดตั้ง และจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซ็นเซอร์อย่างน้อย 2 ตัว เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์สำรองในกรณีที่มีอุปกรณ์เซ็นเซอร์ตัวใดตัวหนึ่งเสีย

20.4 ระบบสื่อสารข้อมูลทางไกลระหว่างโรงอุตสาหกรรมกับกรมสรรพสามิต จะต้องมีความเร็วในการสื่อสารไม่น้อยกว่า 1 Mbps ทั้งด้านรับและด้านส่ง

20.5 ระบบสื่อสารข้อมูลภายในโรงอุตสาหกรรม จะต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์กระจายสัญญาณ และอุปกรณ์คอนโทรลเลอร์ (Controller) หรือคอมพิวเตอร์ (Computer) ที่มีการติดตั้ง ณ สายการผลิตของโรงอุตสาหกรรม

ข้อ 21 จุดติดตั้งและจำนวนของอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ ในแต่ละสายการผลิตเครื่องดื่ม จะต้องติดตั้งอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ เพื่อนับจำนวนเครื่องดื่มที่ผลิตได้ของแต่ละสายการผลิต จำนวน 2 จุด ๆ ละ 1 ชุดอุปกรณ์ ดังนี้

21.1 จุดติดตั้งที่ 1 ณ จุดบรรจุเครื่องดื่ม ต้องติดตั้งอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ หลังจากที่ได้มีการบรรจุเครื่องดื่มและปิดฝาแล้ว โดยติดตั้งให้ใกล้เครื่องปิดฝา ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยจะต้องติดตั้งก่อนเครื่องพิมพ์วันที่ (Date Code) และก่อนจุดตรวจสอบผลิตภัณฑ์ (QC) ของทุกสายการผลิตเครื่องดื่ม

21.2 จุดติดตั้งที่ 2 ณ จุดบรรจุผลิตภัณฑ์ลงลัง (Packing) ต้องติดตั้งอุปกรณ์วิชั่นเซ็นเซอร์ หลังจากที่ได้บรรจุเครื่องดื่มลงลัง หรือหีบห่อเรียบร้อยแล้ว ในจุดที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงจุดที่อาจจะมีผลิตภัณฑ์ติดกันเป็นจำนวนมากได้ โดยจะต้องติดตั้งก่อนเครื่องยกผลิตภัณฑ์ขึ้นบนพาเลท

 

หมวด 4
การบำรุงรักษาและการจัดหา เครื่องมือ อุปกรณ์ และอะไหล่ ระบบมาตรวัด
และการจัดจ้างบุคคลภายนอก

 

ข้อ 22 ให้กลุ่มพัฒนาและตรวจสอบทางเทคนิค และสำนักบริหารการคลังและรายได้ มีหน้าที่รับผิดชอบร่วมกันในการบำรุงรักษาเครื่องมือ อุปกรณ์ และอะไหล่ระบบมาตรวัด รวมถึงเก็บรักษาแบบแปลน และแผนผังการติดตั้งระบบมาตรวัด

ข้อ 23 ในการจัดซื้อ เครื่องมือ อุปกรณ์ อะไหล่ และการจัดจ้างบุคคลภายนอก ในการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมหรือเพื่อการใด ๆ เกี่ยวกับระบบมาตรวัด ให้สำนักบริหารการคลังและรายได้ เป็นผู้ดำเนินการโดยหารือกลุ่มพัฒนาและตรวจสอบทางเทคนิค และสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี 1 คัดเลือกหน่วยงานราชการหรือหน่วยงานเอกชนที่มีประสบการณ์ในการบำรุงรักษาและซ่อมแซม แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ข้อ 24 ให้สำนักบริหารการคลังและรายได้ จัดทำประวัติการบำรุงรักษาและซ่อมแซมอุปกรณ์ระบบมาตรวัดให้เป็นปัจจุบัน ข้อ 25 ให้มีคณะทำงานควบคุม ติดตาม ประเมินผล และบำรุงรักษาอุปกรณ์ระบบมาตรวัด เพื่อให้สามารถใช้งานระบบมาตรวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา

 

ประกาศ ณ วันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2558

 

 

 

 

สมชาย พูลสวัสดิ์

 

 

อธิบดีกรมสรรพสามิต