simple tracking
 
 
 
 
ระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลสุรา

พ.ศ. 2519

 

  

---------------- 

 

โดยที่เป็นการสมควรให้มีการจ่ายเงินสินบน และเงินรางวัลในการจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายว่าด้วยสุราอาศัยอำนาจตามมาตรา 4(2) แห่งพระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินคงคลัง (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2495 กระทรวงการคลังจึงได้วางระเบียบให้ถือเป็นทางปฏิบัติดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลสุรา พ.ศ. 2519"

ข้อ 2 ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ 15 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2519

 

หมวด 1
ข้อความทั่วไป

ข้อ 3 ในระเบียบนี้

"เจ้าพนักงาน" หมายความว่า พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีอำนาจหน้าที่สืบสวนจับกุมการกระทำความผิดตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยสุรา

"ผู้จับ" หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งทำการจับกุม สั่งการให้จับกุมหรือร่วมทำการจับกุม และให้รวมถึงผู้ช่วยเหลือการจับกุมด้วย

"ผู้แจ้งความนำจับ" หมายความว่า บุคคลผู้ที่มิใช่เจ้าพนักงานได้นำความมาแจ้งแก่เจ้าพนักงาน ถึงเบาะแสหรือเค้าเงื่อนแห่งการกระทำความผิด และเจ้าพนักงานทำการจับกุมได้เป็นผลสำเร็จเนื่องจากการแจ้งความนั้น

"รางวัล" หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่ผู้จับ

"สินบน" หมายความว่า เงินที่จ่ายให้แก่ผู้แจ้งความนำจับ

"เงินค่าปรับ" หมายความว่า เงินที่ผู้ต้องหาชำระต่อผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ พนักงานสอบสวน หรือเงินที่จำเลยชำระต่อศาล

 

หมวด 2
เงินสินบนและเงินรางวัล

ข้อ 4 ให้จ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลในคดีกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยสุรา ทุกฐานตามหลักเกณฑ์และอัตราต่อไปนี้

(1) ในกรณีที่มีผู้แจ้งความนำจับ ให้จ่ายเป็นเงินสินบนและเงินรางวัลร้อยละ 55 ของเงินค่าปรับหรือเงินค่าขายของกลาง โดยให้แบ่งจ่ายเป็นเงินสินบนร้อยละ 30 แต่ไม่เกิน 150,000 บาท และจ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ 25 แต่ไม่เกิน 150,000 บาท

(2) ในกรณีที่ไม่มีผู้แจ้งความนำจับ ให้จ่ายเป็นเงินรางวัลร้อยละ 30ของเงินค่าปรับหรือเงินค่าขายของกลาง แต่ไม่เกิน 150,000 บาท

(ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลสุรา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2524 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน2524 ให้ยกเลิกการจ่ายเงินรางวัลตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลสุรา พ.ศ. 2519 ในคดีกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยสุราในกรณีทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต ขาย ซื้อ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสุราดังกล่าว ทั้งนี้เฉพาะสุราแช่และสุรากลั่นชนิดสุราขาวที่ทำในราชอาณาจักร)

(3) ในความผิดฐานขนสุราออกจากโรงงานสุราโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งสุราดังกล่าว และมีสุราของกลางตั้งแต่ 10 ลิตรขึ้นไป ให้จ่ายเป็นเงินรางวัลเพิ่มเติมจาก (2) ร้อยละ 15 ของเงินค่าปรับหรือเงินค่าขายของกลางแต่ไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ ต้องเป็นกรณีที่ไม่มีผู้แจ้งความนำจับและได้ตัวผู้กระทำผิดด้วย

 

หมวด 3
วิธีจ่าย เงินสินบนและเงินรางวัล

ข้อ 5 การจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลตามอัตราที่ระบุไว้ในระเบียบนี้ ให้หักจ่ายจากเงินค่าปรับหรือเงินค่าขายของกลาง ดังนี้

(1) ในกรณีจ่ายจากเงินค่าปรับที่ผู้ต้องหาชำระต่อพนักงานสอบสวน หรือผู้มีอำนาจเปรียบเทียบ ให้หักจ่ายจากเงินค่าปรับที่ผู้ต้องหาชำระ

(2) ในกรณีจ่ายจากเงินค่าปรับที่ศาลพิพากษาปรับจำเลย ให้เบิกจ่ายจากเงินงบประมาณ

(3) ในกรณีจ่ายจากเงินค่าขายของกลาง ให้หักจ่ายจากเงินค่าขายของกลางที่จำหน่ายได้โดยให้หักค่าภาษีที่พึงชำระตามกฎหมาย หรือภาระผูกพันเสียก่อน

ข้อ 6 ภายใต้บังคับแห่งข้อ 7 การจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลตามข้อ 4สำหรับราชการบริหารส่วนกลางให้อธิบดีกรมสรรพสามิตหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่าย สำหรับราชการบริหารส่วนภูมิภาคให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่าย

ข้อ 7 การจ่ายเงินรางวัลตามข้อ 4 (3) ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจสั่งจ่ายได้ภายในวงเงินคดีละไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าจะต้องจ่ายคดีหนึ่งเกิน 10,000บาท ให้อธิบดีกรมสรรพสามิตเป็นผู้มีอำนาจสั่งจ่าย

ข้อ 8 เงินสินบนและเงินรางวัลนี้ ถ้ามีการจ่ายตามระเบียบส่วนราชการอื่นแล้วห้ามมิให้จ่ายตามระเบียบนี้

 

หมวด 4
อำนาจการพิจารณา

ข้อ 9 เงินสินบนและเงินรางวัลตามระเบียบนี้จะจ่ายให้เมื่อคดีถึงที่สุด และผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบนและรางวัล จะต้องยื่นคำขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลได้เพียงประเภทเดียวอย่างใดอย่างหนึ่ง ภายในกำหนด 120 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด

เงินสินบนหรือเงินรางวัลจะไม่จ่ายให้ ถ้าผู้มีสิทธิได้ยื่นคำขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลไว้แล้ว ไม่มารับภายในกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่รับแจ้งจากผู้มีอำนาจสั่งจ่ายว่าเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับ

ข้อ 10 ในกรณีที่บุคคลหลายคนอ้างเป็นผู้แจ้งความนำจับการกระทำผิดรายเดียวกัน ให้อยู่ในดุลพินิจของอธิบดีกรมสรรพสามิตจะวินิจฉัยชี้ขาดว่า ผู้ใดเป็นผู้แจ้งความนำจับแท้จริง

ถ้าเห็นว่าการจับกุมเป็นผลสำเร็จเนื่องจากมีผู้แจ้งความนำจับหลายคน อธิบดีกรมสรรพสามิตมีอำนาจแบ่งเงินสินบนให้แก่ผู้แจ้งความนำจับตามที่เห็นสมควร

ข้อ 11 เงินสินบนจะไม่จ่ายให้ในกรณีที่ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายวินิจฉัยว่าการจับการกระทำความผิดรายใด มิได้เป็นผลสำเร็จจากการกระทำของผู้แจ้งความนำจับ

เงินรางวัลจะไม่จ่ายให้แก่บุคคลที่ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายวินิจฉัยว่า ไม่ใช่ผู้จับหรือการจับกุมมีพฤติการณ์ไม่สุจริต

ข้อ 12 การแบ่งรางวัลให้แก่ผู้จับ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ปลัดกระทรวงการคลังกำหนด

มีกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องดังนี้

-คำสั่งกระทรวงการคลัง ที่ 12384/2520 เรื่อง เกณฑ์การแบ่งเงินรางวัลสุรา 

ข้อ 13 อธิบดีกรมสรรพสามิตมีอำนาจชี้ขาดว่า ผู้จับใดมีสิทธิได้รับเงินรางวัลหรือไม่ ในฐานะอะไร

ข้อ 14 ในกรณีที่เห็นสมควร ผู้มีอำนาจสั่งจ่ายจะให้รอการจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัลทั้งหมดหรือแต่บางส่วนไว้ก่อนก็ได้

ข้อ 15 ในกรณีที่ผู้กระทำความผิดต้องโทษกักขังแทนค่าปรับ ให้งดจ่าย เงินสินบนและเงินรางวัลในส่วนของค่าปรับที่ถูกกักขังแทน

ข้อ 16 ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือกรณีที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

ข้อ 17 การพิจารณาจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลตามระเบียบนี้ หาได้ถือเป็นข้อผูกพันกระทรวงการคลัง หรือกรมสรรพสามิต หรือผู้รับแจ้งความ หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจพิจารณาจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล ต้องมีการจ่ายให้ตามที่ระบุไว้ในระเบียบการเสมอไปไม่

ในการพิจารณานี้ให้ถือเป็นเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปอุทธรณ์หรือฟ้องร้องแต่อย่างใดหาได้ไม่

ข้อ 18 ให้อธิบดีกรมสรรพสามิตวางระเบียบเกี่ยวกับการแจ้งความนำจับ รายงานการจับกุม การรับรองผลคดี และการขอเบิกเงินสินบนหรือเงินรางวัล

มีกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องดังนี้

-ระเบียบกรมสรรพสามิต ว่าด้วยว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลสุรา พ.ศ. 2519 


ประกาศ ณ วันที่ 14 เดือนตุลาคม 2519

 

 

 

อำนวย วีรวรรณ

 

ปลัดกระทรวงการคลังผู้ใช้อำนาจของ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

 

 

 

 

 
 
 

 

s